สานต่อความสดใสจากกระแสเดบิวต์แบบไม่ให้พัก สำหรับเกิร์ลกรุ๊ปมาแรงแกะกล่อง ‘butterfliiii (บัต-เตอร์-ฟลี่)’ สังกัดค่าย Whoop Music และ What The Duck ภายใต้การปลุกปั้นของศิลปินและโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง ‘THE TOYS’ ซึ่งประกอบด้วย 4 สมาชิกสาวคาแรกเตอร์จัดจ้าน อาย่า, อลิส, จินนี่ และแอนนี่ หลังจากเคยสร้างความประทับใจด้วยซิงเกิลแรกแนว Hyper Pop สุดซุกซนไปแล้ว ล่าสุดพวกเธอกลับมาสร้างปรากฏการณ์ความน่ารักระลอกใหม่ในซิงเกิลที่ 2 ที่มีชื่อว่า “butterfly effect (บินบิน)” เมื่อทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก กลายมาเป็นเพลงคลั่งรักสุดซน สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ วงได้หยิบยกเอาคอนเซปต์ทฤษฎีความสัมพันธ์ที่คุ้นเคยอย่าง “Butterfly Effect” ซึ่งเปรียบเปรยการเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็ก ๆ สู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ มาตีความใหม่ในมุมมองของคนคลั่งรัก ถ่ายทอดความรู้สึกของการแอบชอบใครสักคนจนทุกการกระทำของอีกฝ่ายส่งผลต่อหัวใจและทำให้โลกทั้งใบสั่นไหว ในขณะเดียวกัน ทฤษฎีนี้ยังแฝงความนัยที่เป็นตัวแทนของวง butterfliiii ในการตั้งใจสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหม่ เพื่อผลักดันและเติมเต็มความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลง T-Pop ดนตรี Hyper Pop สุดจัดจ้าน และทีมเบื้องหลังคุณภาพ ในพาร์ทดนตรี ซิงเกิลนี้ยังคงเลือกใช้แนวเพลง Hyper Pop ที่โดดเด่นด้วยซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำ ๆ ผสมผสานกับเมโลดี้จังหวะสนุกสนาน ชวนให้ผู้ฟังอยากลุกขึ้นมาขยับตาม โดยมีทีมเบื้องหลังฝีมือดีอย่าง djt มารับหน้าที่ Music Producer ร่วมแต่งเนื้อร้องและทำนองกับ Marc Tatchapon พร้อมด้วย jbank ที่ดูแลในส่วนของการเรียบเรียง บันทึกเสียง มิกซ์และมาสเตอร์อย่างพิถีพิถัน แฟนเพลงสามารถเข้าไปสัมผัสความน่ารักและร่วมบินลัดฟ้าไปกับ 4 สาว butterfliiii ได้แล้ววันนี้ในซิงเกิล “butterfly effect (บินบิน)” ทาง YouTube Channel: WHOOP Music และทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #butterflyeffect #บินบิน #butterfliiii #WhatTheDuckMusic #WhoopMusic #TPOP
ปี: 2026
เมื่อความรักพาเดินสู่กลางทะเลลึก! ‘JOONS’ ส่งซิงเกิลสากล “In Too Deep” ผสานซาวด์ยุค 2000s และบรรยากาศโตเกียว
สานต่อเส้นทางดนตรีสากลอย่างต่อเนื่องสำหรับศิลปินหนุ่ม ‘JOONS’ (มิน - ธิติพัฒน์ ผูกบุญเชิด) จากสังกัด ALGR ที่ล่าสุดกลับมาพร้อมกับซิงเกิลใหม่ป้ายแดง “In Too Deep” บทเพลงที่หยิบเอาความรู้สึกของการตกหลุมรักแบบไม่ทันตั้งตัว มาถ่ายทอดผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยรายละเอียดทางดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ จากก้าวเล็ก ๆ ริมชายฝั่ง สู่การยืนอยู่กลางทะเลลึก คอนเซปต์หลักของเพลงนี้เปรียบเปรยการตกหลุมรักเหมือนกับการเดินออกจากหาดทรายลงสู่ท้องทะเลทีละก้าวอย่างไร้การระแวดระวัง กว่าจะรู้ตัวอีกทีระดับน้ำก็ท่วมสูงจนยืนอยู่กลางทะเลกว้างและหันหลังกลับไม่ทันเสียแล้ว ทว่าความน่าสนใจคือตัวละครในเพลงไม่ได้พยายามว่ายน้ำหนีหรือหาทางกลับฝั่ง หากแต่เลือกที่จะยินยอมพร้อมใจและปล่อยตัวเองให้จมดิ่งลงไปในห้วงความรู้สึกนั้นอย่างเต็มใจ นอกจากเนื้อหาจะสะท้อนอารมณ์ความรักได้อย่างชัดเจนแล้ว เบื้องหลังท่อนฮุกติดหูอย่าง “Fallin’, Fallin’, Fallin’, Fallin’ In Too Deep” ยังมีที่มาสุดธรรมชาติจากไอเดียตอนอาบน้ำของเจ้าตัว ก่อนจะถูกนำมาขัดเกลาจนกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเน้นความอินให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซาวด์ดนตรีผสมผสานข้ามยุค และทริปเดินเล่นกลางกรุงโตเกียว ในพาร์ทการดีไซน์เสียงดนตรี JOONS เลือกที่จะสนุกกับการทดลองนำกลิ่นอายจังหวะและกรูฟของ Hip-Hop ยุค 2000s มาเบลนด์เข้ากับความวินเทจสไตล์ยุค 70s ควบคู่ไปกับ Modern Band Sound ทำให้ผลงานชิ้นนี้มีความเท่ มีจังหวะชวนโยก และมีมิติที่น่าสนใจ เสริมทัพความละมุนด้วยมิวสิกวิดีโอที่ยกกองไปถ่ายทำกันถึงเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถ่ายทอดภาพของชายหนุ่มที่กำลังเดินลัดเลาะไปตามถนนเพื่อไปหาใครบางคนในดวงใจ โดยมีบรรยากาศรอบตัวเป็นเพียงฉากหลังเพราะโฟกัสทั้งหมดพุ่งตรงไปที่คนปลายทางคนเดียวเท่านั้น แฟนเพลงสามารถกดเข้าไปซึมซับบรรยากาศและรับฟังเพลง “In Too Deep” ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube Channel: JOONS และทุกช่องทางสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #JOONS #InTooDeep #ALGR #TPOP
“พลัง โลกศิลป์” คัฟเวอร์เพลงเวอร์ชันโอเปราทะลุล้านวิว ส่อแววลุยสายเพลงกับ underDOC Music
กลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโซเชียลมีเดีย เมื่อนักแสดงหนุ่ม “พลัง โลกศิลป์” ผู้ฝากผลงานการแสดงสุดเคี่ยวกรำในบทบาท ‘รุ่ยเจี๋ย’ จากซีรีส์เรื่องดัง ‘สงครามส่งด่วน’ ที่ออนแอร์ทางแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Netflix ได้ลุกขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการปล่อยคลิปวิดีโอคัฟเวอร์เพลงลงบนช่องทางส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยความพิเศษที่ทำเอาชาวเน็ตอึ้งไปตาม ๆ กัน คือการนำบทเพลงต่าง ๆ มาเรียบเรียงและขับร้องในรูปแบบ “โอเปรา” ด้วยน้ำเสียงสุดทรงพลังจนยอดวิวพุ่งสูงตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านอย่างรวดเร็ว ดีกรีนักร้องโอเปราตัวจริง เรียนตรงจากจีนยาวนาน 20 ปี สำหรับแฟนเพลงและผู้ชมที่เพิ่งเคยสัมผัสพาร์ทการร้องเพลงของเขา อาจจะประหลาดใจกับคลิปเพลงวันแม่เวอร์ชันโอเปราที่สร้างความเซอร์ไพรส์จนกลายเป็นไวรัลหลักล้านวิว ทว่าหากย้อนดูปูมหลังจะพบว่า พลัง โลกศิลป์ มีทักษะการร้องเพลงคลาสสิกและโอเปราขั้นสูง โดยเจ้าตัวได้เดินทางไปศึกษาศาสตร์ด้านนี้โดยเฉพาะที่ประเทศจีนนานถึง 20 ปี รวมถึงเคยผ่านการแข่งขันในรายการร้องเพลงระดับชาติของจีนมาแล้วนับไม่ถ้วน จึงไม่แปลกใจเลยที่เทคนิคและการควบคุมเสียงของเขาจะสะกดผู้ฟังได้อย่างเด็ดขาด จับตาความเคลื่อนไหว ส่อแววซุ่มเปิดตัวกับ underDOC Music นอกจากความฮอตของคลิปคัฟเวอร์แล้ว สิ่งที่น่าจับตามองยิ่งกว่าคือความเคลื่อนไหวทางฝั่ง ไก่-ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและหัวเรือใหญ่แห่ง underDOC Film (ค่ายผู้สร้างซีรีส์ สงครามส่งด่วน และ ทนายปีศาจ) ที่ได้ออกมาโพสต์ฝากเนื้อฝากตัวพร้อมเปิดตัวแอคเคานท์ค่ายเพลงน้องใหม่ underDOC Music (IG: @underdoc.music) ส่งผลให้เกิดกระแสคาดเดาในหมู่นักสืบโซเชียลว่า การที่พลังขยันอัปคลิปโชว์เสียงร้องถี่ ๆ ในช่วงนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโปรเจกต์เดบิวต์ในฐานะศิลปินเพลงภายใต้สังกัดใหม่นี้ก็เป็นได้ แฟน ๆ ที่คิดถึงการแสดงของ 'รุ่ยเจี๋ย' สามารถเข้าไปติดตามรับชมคลิปร้องเพลงสุดอลังการได้ทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวของเขา และต้องมารอลุ้นกันว่าโปรเจกต์พิเศษระหว่าง พลัง โลกศิลป์ กับ underDOC Music จะออกมาสร้างความตื่นเต้นให้วงการเพลงไทยในรูปแบบไหนเร็ว ๆ นี้ ภาพ : underDOC Music #ALLPOP_THAILAND #พลังโลกศิลป์ #รุ่ยเจี๋ย #สงครามส่งด่วน #underDOCmusic #TPOP
เปลี่ยนคำดูถูกเป็นพลัง! ‘SUPASS’ ศิลปินอินดี้หน้าใหม่ โชว์ฝีมือโปรดิวซ์เองในซิงเกิลเดบิวต์ “It’s My Time” พร้อมบทสัมภาษณ์เจาะลึกทุกขั้นตอนการทำงาน
แจ้งเกิดในฐานะศิลปินอินดี้หน้าใหม่อย่างเต็มตัว สำหรับ ‘SUPASS’ (ข้าวหอม) ที่เลือกถ่ายทอดเรื่องราว ความคิด และตัวตนผ่านซิงเกิลเดบิวต์ “It's My Time” เพลงที่ไม่ได้มีดีแค่ซาวด์ดนตรีที่ผสมผสานหลากหลายแนวได้อย่างน่าสนใจ แต่ยังบอกเล่าเบื้องหลังการต่อสู้กับคำดูถูก ความไม่มั่นใจ และความมุ่งมั่นที่จะเดินตามความฝันในแบบของตัวเอง การเริ่มต้นเส้นทางศิลปินครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการปล่อยเพลงแรก แต่ยังเป็นการประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่า ถึงเวลาที่เธอจะได้เป็นตัวเองและทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ ALLPOP Thailand ชวนมาทำความรู้จักกับ SUPASS พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของเพลง “It's My Time” ไปด้วยกัน จากคำดูถูก สู่เชื้อเพลิงที่ผลักดันให้เดินตามความฝัน จุดเริ่มต้นของ “It's My Time” มาจากประสบการณ์ตรงของข้าวหอม เมื่อความฝันในการเป็นศิลปินไม่ได้ได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเสมอไป แม้จะมีคนที่คอยให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวเธอ แต่ก็ยังมีคำพูดบางอย่างที่ทำให้เกิดความท้อแท้และตั้งคำถามกับตัวเอง SUPASS เล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่า “ตอนแรกที่ได้ยินคำพูดแรง ๆ ก็แอบท้อและเสียใจ และอยากถอยอยู่เหมือนกันค่ะ แต่พอนึกถึงคนที่คอย Support เรา และตัวเราที่พยายามมาตลอด หนูก็คิดว่าหนูจะหยุดเพราะแค่คำพูดแย่ ๆ ของคนส่วนน้อยไม่ได้” แทนที่จะปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นกลายเป็นอุปสรรค เธอเลือกเปลี่ยนมันให้เป็นแรงผลักดัน และกลั่นกรองความรู้สึกทั้งหมดออกมาเป็นบทเพลงที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการเดินหน้าตามความฝัน สำหรับแนวดนตรีของเพลงนี้ SUPASS อธิบายว่าเป็นการผสมผสานหลายแนวเข้าด้วยกัน โดยสามารถจำกัดความได้ว่าเป็น Alternative Jazz-Pop ที่มีกลิ่นอายของ Funk ผ่าน Groove ของกลอง ทำให้เพลงมีเอกลักษณ์และจังหวะที่ชวนติดตาม ลงมือ Produce ด้วยตัวเอง พร้อมทดลองสิ่งใหม่ในทุกขั้นตอน นอกจากจะเป็นซิงเกิลเดบิวต์แล้ว “It's My Time” ยังเป็นผลงานเพลงแรกที่ข้าวหอมลงมือ Produce ด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งมาพร้อมกับความท้าทายในการเรียบเรียงเพลงและการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านองค์ประกอบทางดนตรี หนึ่งในสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนระหว่างการทำงานคือโครงสร้างของเพลง โดยเดโมแรกมีท่อน Rap อยู่ด้วย แต่เมื่อนำมาทดลองใส่ในเพลงจริงกลับรู้สึกว่ายังไม่ลงตัว จึงต้องรื้อและปรับเปลี่ยนหลายครั้ง ก่อนจะกลายมาเป็น Verse 2 ในเวอร์ชันปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการทดลองดัดแปลงเสียง Synth และนำซาวด์แปลกใหม่เข้ามาผสมผสาน เพื่อสร้างมิติให้กับเพลงมากขึ้น เบื้องหลังความสมบูรณ์ของเพลงยังมีเพื่อนร่วมงานคนสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มรายละเอียดทางดนตรี ได้แก่ โอ (Mayuree Phongladakomol) ที่ช่วยตีความและออกแบบไลน์กลอง จากเดิมที่ข้าวหอมเขียนเป็น MIDI ให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น และ กาโต้ (Gatoinventer) ที่รับหน้าที่ออกแบบไลน์เบส รวมถึงดูแลด้าน Mixing, Mastering และ Sound…
เพชรเม็ดงามที่รอการค้นหา! เกิร์ลกรุ๊ปน่าจับตามอง ‘BADI Z’ เตรียมคัมแบคด้วยพลัง Manifest ในซิงเกิล “MOONLIGHT”
เรียกเสียงฮือฮาและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการ T-Pop ได้แบบสมมง! เมื่อ 3 สาวเกิร์ลกรุ๊ปเลือดใหม่ ‘BADI Z’ (เดียร์น่า, เคมา, มัช) จากค่าย WANLOVE MUSIC ได้ไปปรากฏตัวเพื่อโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์เฟิร์สสเตจของเพลงใหม่ ในงานไฟนอลรายการ Take Hormones Thailand Season 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้พวกเธอได้สาดพลังหญิงและความปังออกมาอย่างเต็มพิกัด ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การโชว์การแสดงร่วมกับ ‘งู’ ตัวเป็น ๆ ที่เลื้อยพันอยู่บนร่างกาย สะกดทุกสายตาของผู้ชมให้จดจ่ออยู่กับพวกเธอได้อย่างอยู่หมัด คัมแบคด้วยพลัง Manifest ในซิงเกิล “MOONLIGHT” การขึ้นเวทีสุดเดือดในครั้งนี้ เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า BADI Z พร้อมแล้วสำหรับการคัมแบคในซิงเกิลใหม่ “MOONLIGHT” ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ พวกเธอขอพลิกโฉมนำเสนอคอนเซปต์ที่ลึกลับและน่าค้นหา ว่าด้วยเรื่องราวของโชคชะตาและความเชื่อ ผ่านประโยคคีย์เวิร์ดที่ว่า “Some call it faith. Some call it superstition. But to those who believe, it has never been just a story.” ซึ่งถือเป็นการดึงเอาพลัง Manifest หรือการขอพรจากดวงจันทร์ มาใช้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนผลงานชิ้นนี้ เพชรเม็ดงาม New Generation of T-POP สำหรับใครที่ยังไม่เคยทำความรู้จักกับ BADI Z พวกเธอคือเพชรเม็ดงามที่รอการค้นหา และเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเบอร์แรกของค่าย WANLOVE MUSIC ภายใต้การดูแลของ มิกซ์ เฉลิมศรี สมาชิกทั้งสามคนเคยสั่งสมประสบการณ์ในฐานะเทรนนีจากรายการเซอร์ไววัล WANNABE LOVE ก่อนจะเดบิวต์อย่างสวยงามด้วยซิงเกิล “อุ๊ย แฟนใคร” เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่โลกแห่งดวงจันทร์และมนตร์ขลังไปพร้อมกันในวันที่ 15 กันยายน 2026 โดยเพลง “MOONLIGHT” จะปล่อยให้สตรีมมิงผ่านทุกแพลตฟอร์มในเวลาเที่ยงคืนตรง (12:00 AM) และแฟน ๆ สามารถรอรับชมมิวสิกวิดีโอตัวเต็มได้ในเวลา 18:00 น. ทาง YouTube Channel: WANLOVE…
“will hyde” ศิลปินต่างชาติคนแรกบนเวที Cat Radio Festival T-Shirt
will hyde ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ALLPOP Thailand ถึงประสบการณ์สุดประทับใจจากการร่วมโชว์กับ BLVCKHEART บนเวที Cat Radio Festival T-Shirt พร้อมเผยความรู้สึกที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งตลอดการเดินทางมาที่นี่ เขาสัมผัสได้ถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้งแฟนเพลงและผู้คน จนยกให้ไทยเปรียบเสมือน "อีกหนึ่งบ้าน" ของเขา จุดเริ่มต้นของโชว์สุดพิเศษเรื่องราวการร่วมงานครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ will hyde อยู่ที่อเมริกา เขาได้ติดต่อพูดคุยกับ BLVCKHEART เกี่ยวกับเพลงใหม่ที่ทั้งคู่กำลังวางแผนจะปล่อยออกมา รวมถึงไอเดียในการนำเพลงดังกล่าวมาแสดงร่วมกัน ก่อนที่ภาพฝันนั้นจะเกิดขึ้นจริงบนเวที Cat Radio Festival T-Shirt ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ชมจำนวนมาก “ขอหวยถูกหวยครับ!” will hyde กล่าวถึงความรู้สึกของเขา พร้อมเล่าถึงประสบการณ์การขึ้นแสดงร่วมกับ BLVCKHEART ว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจอย่างมากที่ได้รับโอกาสให้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงครั้งนี้ “I felt really humbled to be included during his set at Cat Radio Festival and to perform music together!” (แปล: “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโชว์ของเขาที่ Cat Radio Festival และได้ร่วมแสดงดนตรีด้วยกัน!”) ความอบอุ่นที่ทำให้ไทยเป็นเหมือนบ้านอีกหลังสำหรับการแสดงครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นโอกาสในการร่วมเวทีกับ BLVCKHEART เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่เขาได้รับจากประเทศไทย โดย will hyde เผยว่า ตลอดเวลาที่เดินทางมาที่นี่ เขาจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอ “Since I’ve been coming to Thailand, I’ve always felt so welcomed - it has felt like another home.” (แปล: “ตั้งแต่ที่ผมเดินทางมาประเทศไทย ผมรู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นมาโดยตลอด ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอีกหนึ่งบ้านของผมเลย”) โมเมนต์สุดน่ารักกับแฟนเพลงชาวไทยความประทับใจไม่ได้หยุดอยู่แค่บนเวที เพราะหลังจบการแสดง will hyde ได้แวะไปที่ร้าน Subway และคาเฟ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาพบว่ามีผู้คนจำเขาได้และเข้ามาทักทายระหว่างต่อคิว สร้างความประหลาดใจและทำให้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก “I…
‘guncharlie’ ขอพักมู้ดเศร้า เข้าสู่โหมดเดือดชวนโดดครั้งแรกใน “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)”
guncharlie (กันชาร์ลี) จาก Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอพาแฟนเพลงออกจากมู้ดความเศร้าเข้าสู่โหมดเพลงร็อกกับซิงเกิลใหม่ “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” เพลงที่ยังคงเล่าถึงความรู้สึกค้างคาในแบบฉบับของ guncharlie แต่ครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านซาวด์ที่หนักและเข้มข้นกว่าทุกเพลงที่ผ่านมา โดยได้ “แม็ก The Darkest Romance” มาร่วมเรียบเรียงพร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการใส่เสียงว้ากเป็นครั้งแรก “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” เพลงนี้พูดถึงคนที่ยังติดอยู่กับอดีต ขณะที่อีกคนเดินจากไปไกลแล้ว จนเกิดเป็นภาพคนข้างหลังที่มองดูเขาจากระยะไกล พร้อมหวังลึก ๆ ว่า “ขอให้เธอหันกลับมามองกันอีกสักครั้ง” แม้ลึก ๆ จะรู้ดีว่าต่อให้เธอหันกลับมาจริง ๆ มันก็แค่นั้น เพราะสุดท้ายเธอก็ยังต้องเดินจากไปอยู่ดี แต่เราก็ยังจะรออยู่ตรงนี้ให้เธอหันมา จนเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ของเพลงนี้ เนื้อร้องและทำนองของ “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” ยังคงเขียนโดย guncharlie (เสฐพงษ์ เอวสุข) เช่นเดิม ก่อนเติมความเข้มข้นทางดนตรีด้วยฝีมือการ Arrange ของ “แม็ก The Darkest Romance” โดยเฉพาะภาค Rhythm จากเบส-กีตาร์ และกลอง ที่ถูกดีไซน์ให้มีน้ำหนักชวนปะทะมากขึ้น แต่ยังคงเสน่ห์ของไวบ์ป๊อป ๆ และการเล่าเรื่องแบบเพลงเศร้าเอาไว้ เกิดเป็นความแตกต่างระหว่างเนื้อหาไม่มูฟออนกับซาวด์ที่ดุเดือดชวนโดด อีกหนึ่งความพิเศษคือการใส่เสียงว้ากครั้งแรกของ guncharlie จนทำให้เพลงนี้คือผลงานที่หนักที่สุดของเขา โดยโปรดิวเซอร์ยังคงเป็น “แทน Lipta” และร่วมโปรดิวซ์โดย guncharlie อีกด้วย ส่วนของ Music Video ก็เป็นอะไรที่ใหม่จากที่เคยทำมาของ guncharlie เช่นกัน ผ่านรูปแบบ Performance ร็อกแบนด์กับทีมนักดนตรีที่ร่วมทัวร์ในโชว์จริง ๆ ทั้งหมด จนเกิดเป็นไดเรคชั่นการนำเสนอภาพใหม่ที่ชวนติดตาม และความเดือดของเพลงนี้ จะถูกนำเสนอบนคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก “guncharlie OCTOBER THEORY CONCERT” กลางเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน! 🎧 สามารถติดตามฟังเพลง “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิง และติดตามชม MV ได้ทาง YouTube: Kicks Records #หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ #guncharlie #KicksRecords
‘VVV’ คัมแบคสาดเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเดือดใน “TORNADO”
วงการ T-Pop เตรียมรับแรงปะทะจากพายุลูกใหญ่! เมื่อ 3 หนุ่มบอยแบนด์คลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง จูเนียร์-ปริยะ, จีวัท-จีรวัฒน์ และ เจนัส-ศิระ แห่งวง ‘VVV (ทริปเปิ้ลวี)’ จากสังกัดค่าย Whoop Music (ในเครือ What The Duck) ได้ประกาศคัมแบคผลงานใหม่ พร้อมฉีกคาแรกเตอร์เดิม ๆ ก้าวสู่อีกมิติที่ดุดันและเติบโตขึ้น ในซิงเกิลสไตล์จัดจ้านที่มีชื่อว่า “TORNADO” ความรักที่ก่อตัวและสลายไป ดั่งพายุทอร์นาโด หลังจากฝากผลงานเดบิวต์และซิงเกิลฮิตติดหูอย่าง “ตัวปัญหา (Envy)”, “เนิร์ดดี (Nerdy)” และ “เจ้าชายของแก (My Queen)” ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การกลับมาในครั้งนี้ VVV ขอตีแผ่มุมมองความสัมพันธ์ของคนยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความคาดเดาไม่ได้ ผ่านคอนเซปต์ “TORNADO” เปรียบเปรยถึงความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา แต่ท้ายที่สุดก็พังทลายและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากพายุ โดยเพลงนี้ได้นำเสนอผ่านดนตรีแนว Hip-hop ผสมผสาน R&B ที่มีท่อนฮุกสุดไอคอนิกอย่าง ‘เธอแค่เข้ามา hit hit hit like Tornado’ ซึ่งรับประกันเลยว่าฟังเพียงครั้งเดียวก็พร้อมจะโยกตามได้อย่างง่ายดาย ยกระดับโปรดักชัน พร้อมสาด Performance สุดเดือด ความพรีเมียมของผลงานชิ้นนี้ คือการได้ศิลปินและผู้บริหารมากความสามารถอย่าง ‘THE TOYS’ มารับหน้าที่ควบคุมการผลิตรังสรรค์ไวบ์ดนตรีให้ออกมามีความอินเตอร์ขั้นสุด นอกจากนี้ ในพาร์ทของมิวสิกวิดีโอ วงยังได้จัดเต็มโชว์ศักยภาพด้าน Performance สาดคาริสม่าของทั้งสามหนุ่มออกมาอย่างจัดหนัก ภายใต้คอนเซปต์แฟนตาซีสุดลึกลับ ที่พร้อมจะดึงดูดผู้ชมให้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของ VVV แบบถอนตัวไม่ขึ้น แฟนเพลงสามารถเข้าไปพิสูจน์ความปังของมิวสิกวิดีโอ “TORNADO” ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube Channel: VVV และทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #VVV_TORNADO #VVV #WhoopMusic #WhatTheDuck #TPOP
‘fellow fellow’ ส่งซิงเกิลฟีลกู้ด “รักที่พอดี (enough)” ชูคอนเซปต์เซฟโซนของหัวใจ
ความรักที่แท้จริงอาจไม่ใช่การตามหาคนที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการเจอใครสักคนที่ทำให้เรารู้สึกเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจที่สุด ล่าสุดศิลปินดูโอ้มากความสามารถ ‘fellow fellow’ (เฟลโล่ว เฟลโล่ว) ประกอบด้วย ข้าว-ปณิธิ (ร้องนำ) และ ที-พิษณุ (กีตาร์) จากสังกัดค่าย Kicks Records ได้คัมแบคมาพร้อมกับมวลความโรแมนติกอีกครั้ง ในซิงเกิลใหม่ความหมายฟีลกู้ด “รักที่พอดี (enough)” ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่เป็นพื้นที่ปลอดภัย เบื้องหลังของซิงเกิล “รักที่พอดี (enough)” ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ตรงของ ข้าว (ร้องนำ) ที่ต้องการบอกเล่าถึงความสัมพันธ์อันแสนเรียบง่าย แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้แก่กันและกัน เป็นความรักที่สอนให้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร ขอแค่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น ช่วยกันแก้ไขในจุดที่บกพร่อง สิ่งเหล่านี้แหละคือความสัมพันธ์ที่ "พอดี" และลงตัวที่สุดแล้ว ดนตรีละมุน กับกิมมิก MV ผ่านกล้องวงจรปิด เพลงนี้ยังคงได้รับการดูแลจากโปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง ‘แทน Lipta’ แต่เพิ่มความสดใหม่ด้วยการชวน ‘น็อต Spatchies’ มาร่วมเป็น Co-producer ช่วยกันจัดวางซาวด์ดนตรีสไตล์ Ballad-Synth-Pop ให้ออกมามีกรูฟที่ชวนเคลิ้ม ผสานเข้ากับเสียงคีย์บอร์ดนุ่ม ๆ ที่ช่วยสร้างมิติความโรแมนติกได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งไปกว่านั้น มิวสิกวิดีโอยังสร้างความน่าสนใจด้วยการเลือกเล่าเรื่องราวพัฒนาการความรักของคู่รัก ผ่านมุมมองของกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสุขในชีวิตประจำวันแบบเรียล ๆ แฟนเพลงสามารถเข้าไปรับชมมิวสิกวิดีโอ “รักที่พอดี (enough)” ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube Channel: fellowfellowband และทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #รักที่พอดี #fellowfellow #KicksRecords #TPOP ภาพ : KicksRecords
โรงงานนี้ผลิตแต่ความรัก! ประมวลภาพความอบอุ่น ‘คิม ซอนโฮ’ เสิร์ฟความสุขล้นฮอลล์ในแฟนมีตติ้ง 2026 KIM SEONHO FANMEETING in Bangkok
ผ่านไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความประทับใจสำหรับงาน 2026 KIM SEONHO FANMEETING <LOVE FACTORY> in Bangkok ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ท่ามกลางแฟนๆ ที่มาร่วมเติมเต็มความรักให้กับนักแสดงหนุ่มสุดอบอุ่น คิม ซอนโฮ อย่างล้นหลาม ทันทีที่ปรากฏตัวบนเวที คิม ซอนโฮก็เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ด้วยการกล่าวทักทายเป็นภาษาไทยว่า “คิดถึงมากครับ” พร้อมส่งรอยยิ้มอบอุ่น และความหล่อทะลุเฟรม “เคาน์เตอร์รับเรื่อง” และ Bucket List แห่งความทรงจำ เริ่มต้นช่วงแรกด้วยช่วง “เคาน์เตอร์รับเรื่อง” เขาได้เล่าถึงโมเมนต์ที่ได้ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินีในตอนเช้า ว่าเจอแฟนคลับเยอะมาก พร้อมกับสาธิตการวิ่งแบบมืออาชีพบนเวทีอย่างเป็นกันเอง สมกับฉายา “พ่อหนุ่มสุขุมวิทบอย” ที่ใช้ชีวิตกลมกลืนกับคนไทยจนแทบเป็นคนกรุงเทพไปแล้ว ก่อนจะพูดถึง Bucket List ของตัวเอง โดยให้คะแนนความสำเร็จในปีนี้เต็ม 5 คะแนน พร้อมเผยว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการได้เดินทางไปพบแฟนๆ ให้มากที่สุด และบอกคำขอบคุณด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อได้เห็นแฟนๆ ในวันนี้ เขายอมรับว่ารู้สึกเหมือนเป้าหมายดังกล่าวได้สำเร็จแล้ว พร้อมน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง นอกจากนี้ยังได้โชว์การแสดงละครเวทีให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย “ห้องวิจัย” และ “ห้องเก็บวัตถุดิบ” เสิร์ฟความสนุกไม่มียั้ง ต่อเนื่องด้วยช่วง “ห้องวิจัย” ที่เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดกับพระเอกหนุ่มมากขึ้น ผ่านการตอบคำถามอย่างเป็นกันเอง พร้อมเขียนข้อความ “รักนะครับ” ด้วยลายมือของตัวเองมอบให้แฟนคลับ รวมถึงการแปลงโฉมเป็นทั้งนักสืบและนักแข่งรถ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดช่วงกิจกรรม ส่วนในช่วง “ห้องเก็บวัตถุดิบ” ความสนุกถูกเสิร์ฟแบบไม่มียั้ง เมื่อ คิม ซอนโฮเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการโชว์สเต็ปแดนซ์สุดน่ารักกับเพลง “อู้บ่จ้าง” ของ บี้ เดอะสตาร์ จนแฟนๆ ส่งเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ ก่อนร่วมเล่นเกมโยนห่วง และเกมหลอกแฟนคลับสุดฮา ด้วยการสลับแก้วน้ำ 3 ใบให้ทายว่าแก้วใดไม่มีน้ำ สร้างเสียงหัวเราะตลอดทั้งงาน ส่งท้ายความสุขกับ Seonho Airline และโปรเจกต์จากแฟน ๆ ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อพระเอกหนุ่ม คิม ซอนโฮแปลงร่างเป็นลูกเรือหนุ่มประจำสายการบิน Seonho Airline พาแฟน ๆ ออกเดินทางสู่โลกแห่งความสุขและความทรงจำตลอดงานแฟนมีตติ้ง และส่งท้ายความสุขคืนนี้ คิม ซอนโฮได้ชมแฟนโปรเจกต์ ที่แฟนคลับชาวไทยตั้งใจจัดเตรียมไว้ให้ โดยเจ้าตัวเผยความซาบซึ้งและขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนที่มีให้เสมอมา…