เรียกเสียงฮือฮาและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการ T-Pop ได้แบบสมมง! เมื่อ 3 สาวเกิร์ลกรุ๊ปเลือดใหม่ ‘BADI Z’ (เดียร์น่า, เคมา, มัช) จากค่าย WANLOVE MUSIC ได้ไปปรากฏตัวเพื่อโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์เฟิร์สสเตจของเพลงใหม่ ในงานไฟนอลรายการ Take Hormones Thailand Season 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้พวกเธอได้สาดพลังหญิงและความปังออกมาอย่างเต็มพิกัด ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การโชว์การแสดงร่วมกับ ‘งู’ ตัวเป็น ๆ ที่เลื้อยพันอยู่บนร่างกาย สะกดทุกสายตาของผู้ชมให้จดจ่ออยู่กับพวกเธอได้อย่างอยู่หมัด คัมแบคด้วยพลัง Manifest ในซิงเกิล “MOONLIGHT” การขึ้นเวทีสุดเดือดในครั้งนี้ เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า BADI Z พร้อมแล้วสำหรับการคัมแบคในซิงเกิลใหม่ “MOONLIGHT” ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ พวกเธอขอพลิกโฉมนำเสนอคอนเซปต์ที่ลึกลับและน่าค้นหา ว่าด้วยเรื่องราวของโชคชะตาและความเชื่อ ผ่านประโยคคีย์เวิร์ดที่ว่า “Some call it faith. Some call it superstition. But to those who believe, it has never been just a story.” ซึ่งถือเป็นการดึงเอาพลัง Manifest หรือการขอพรจากดวงจันทร์ มาใช้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนผลงานชิ้นนี้ เพชรเม็ดงาม New Generation of T-POP สำหรับใครที่ยังไม่เคยทำความรู้จักกับ BADI Z พวกเธอคือเพชรเม็ดงามที่รอการค้นหา และเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเบอร์แรกของค่าย WANLOVE MUSIC ภายใต้การดูแลของ มิกซ์ เฉลิมศรี สมาชิกทั้งสามคนเคยสั่งสมประสบการณ์ในฐานะเทรนนีจากรายการเซอร์ไววัล WANNABE LOVE ก่อนจะเดบิวต์อย่างสวยงามด้วยซิงเกิล “อุ๊ย แฟนใคร” เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่โลกแห่งดวงจันทร์และมนตร์ขลังไปพร้อมกันในวันที่ 15 กันยายน 2026 โดยเพลง “MOONLIGHT” จะปล่อยให้สตรีมมิงผ่านทุกแพลตฟอร์มในเวลาเที่ยงคืนตรง (12:00 AM) และแฟน ๆ สามารถรอรับชมมิวสิกวิดีโอตัวเต็มได้ในเวลา 18:00 น. ทาง YouTube Channel: WANLOVE…
ป้ายกำกับ: COME BACK
‘guncharlie’ ขอพักมู้ดเศร้า เข้าสู่โหมดเดือดชวนโดดครั้งแรกใน “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)”
guncharlie (กันชาร์ลี) จาก Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ขอพาแฟนเพลงออกจากมู้ดความเศร้าเข้าสู่โหมดเพลงร็อกกับซิงเกิลใหม่ “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” เพลงที่ยังคงเล่าถึงความรู้สึกค้างคาในแบบฉบับของ guncharlie แต่ครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านซาวด์ที่หนักและเข้มข้นกว่าทุกเพลงที่ผ่านมา โดยได้ “แม็ก The Darkest Romance” มาร่วมเรียบเรียงพร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการใส่เสียงว้ากเป็นครั้งแรก “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” เพลงนี้พูดถึงคนที่ยังติดอยู่กับอดีต ขณะที่อีกคนเดินจากไปไกลแล้ว จนเกิดเป็นภาพคนข้างหลังที่มองดูเขาจากระยะไกล พร้อมหวังลึก ๆ ว่า “ขอให้เธอหันกลับมามองกันอีกสักครั้ง” แม้ลึก ๆ จะรู้ดีว่าต่อให้เธอหันกลับมาจริง ๆ มันก็แค่นั้น เพราะสุดท้ายเธอก็ยังต้องเดินจากไปอยู่ดี แต่เราก็ยังจะรออยู่ตรงนี้ให้เธอหันมา จนเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ของเพลงนี้ เนื้อร้องและทำนองของ “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” ยังคงเขียนโดย guncharlie (เสฐพงษ์ เอวสุข) เช่นเดิม ก่อนเติมความเข้มข้นทางดนตรีด้วยฝีมือการ Arrange ของ “แม็ก The Darkest Romance” โดยเฉพาะภาค Rhythm จากเบส-กีตาร์ และกลอง ที่ถูกดีไซน์ให้มีน้ำหนักชวนปะทะมากขึ้น แต่ยังคงเสน่ห์ของไวบ์ป๊อป ๆ และการเล่าเรื่องแบบเพลงเศร้าเอาไว้ เกิดเป็นความแตกต่างระหว่างเนื้อหาไม่มูฟออนกับซาวด์ที่ดุเดือดชวนโดด อีกหนึ่งความพิเศษคือการใส่เสียงว้ากครั้งแรกของ guncharlie จนทำให้เพลงนี้คือผลงานที่หนักที่สุดของเขา โดยโปรดิวเซอร์ยังคงเป็น “แทน Lipta” และร่วมโปรดิวซ์โดย guncharlie อีกด้วย ส่วนของ Music Video ก็เป็นอะไรที่ใหม่จากที่เคยทำมาของ guncharlie เช่นกัน ผ่านรูปแบบ Performance ร็อกแบนด์กับทีมนักดนตรีที่ร่วมทัวร์ในโชว์จริง ๆ ทั้งหมด จนเกิดเป็นไดเรคชั่นการนำเสนอภาพใหม่ที่ชวนติดตาม และความเดือดของเพลงนี้ จะถูกนำเสนอบนคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก “guncharlie OCTOBER THEORY CONCERT” กลางเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน! 🎧 สามารถติดตามฟังเพลง “หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ (one more time)” ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิง และติดตามชม MV ได้ทาง YouTube: Kicks Records #หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ #guncharlie #KicksRecords
‘VVV’ คัมแบคสาดเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเดือดใน “TORNADO”
วงการ T-Pop เตรียมรับแรงปะทะจากพายุลูกใหญ่! เมื่อ 3 หนุ่มบอยแบนด์คลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง จูเนียร์-ปริยะ, จีวัท-จีรวัฒน์ และ เจนัส-ศิระ แห่งวง ‘VVV (ทริปเปิ้ลวี)’ จากสังกัดค่าย Whoop Music (ในเครือ What The Duck) ได้ประกาศคัมแบคผลงานใหม่ พร้อมฉีกคาแรกเตอร์เดิม ๆ ก้าวสู่อีกมิติที่ดุดันและเติบโตขึ้น ในซิงเกิลสไตล์จัดจ้านที่มีชื่อว่า “TORNADO” ความรักที่ก่อตัวและสลายไป ดั่งพายุทอร์นาโด หลังจากฝากผลงานเดบิวต์และซิงเกิลฮิตติดหูอย่าง “ตัวปัญหา (Envy)”, “เนิร์ดดี (Nerdy)” และ “เจ้าชายของแก (My Queen)” ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การกลับมาในครั้งนี้ VVV ขอตีแผ่มุมมองความสัมพันธ์ของคนยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความคาดเดาไม่ได้ ผ่านคอนเซปต์ “TORNADO” เปรียบเปรยถึงความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา แต่ท้ายที่สุดก็พังทลายและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากพายุ โดยเพลงนี้ได้นำเสนอผ่านดนตรีแนว Hip-hop ผสมผสาน R&B ที่มีท่อนฮุกสุดไอคอนิกอย่าง ‘เธอแค่เข้ามา hit hit hit like Tornado’ ซึ่งรับประกันเลยว่าฟังเพียงครั้งเดียวก็พร้อมจะโยกตามได้อย่างง่ายดาย ยกระดับโปรดักชัน พร้อมสาด Performance สุดเดือด ความพรีเมียมของผลงานชิ้นนี้ คือการได้ศิลปินและผู้บริหารมากความสามารถอย่าง ‘THE TOYS’ มารับหน้าที่ควบคุมการผลิตรังสรรค์ไวบ์ดนตรีให้ออกมามีความอินเตอร์ขั้นสุด นอกจากนี้ ในพาร์ทของมิวสิกวิดีโอ วงยังได้จัดเต็มโชว์ศักยภาพด้าน Performance สาดคาริสม่าของทั้งสามหนุ่มออกมาอย่างจัดหนัก ภายใต้คอนเซปต์แฟนตาซีสุดลึกลับ ที่พร้อมจะดึงดูดผู้ชมให้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของ VVV แบบถอนตัวไม่ขึ้น แฟนเพลงสามารถเข้าไปพิสูจน์ความปังของมิวสิกวิดีโอ “TORNADO” ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube Channel: VVV และทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #VVV_TORNADO #VVV #WhoopMusic #WhatTheDuck #TPOP
‘fellow fellow’ ส่งซิงเกิลฟีลกู้ด “รักที่พอดี (enough)” ชูคอนเซปต์เซฟโซนของหัวใจ
ความรักที่แท้จริงอาจไม่ใช่การตามหาคนที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการเจอใครสักคนที่ทำให้เรารู้สึกเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจที่สุด ล่าสุดศิลปินดูโอ้มากความสามารถ ‘fellow fellow’ (เฟลโล่ว เฟลโล่ว) ประกอบด้วย ข้าว-ปณิธิ (ร้องนำ) และ ที-พิษณุ (กีตาร์) จากสังกัดค่าย Kicks Records ได้คัมแบคมาพร้อมกับมวลความโรแมนติกอีกครั้ง ในซิงเกิลใหม่ความหมายฟีลกู้ด “รักที่พอดี (enough)” ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่เป็นพื้นที่ปลอดภัย เบื้องหลังของซิงเกิล “รักที่พอดี (enough)” ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ตรงของ ข้าว (ร้องนำ) ที่ต้องการบอกเล่าถึงความสัมพันธ์อันแสนเรียบง่าย แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้แก่กันและกัน เป็นความรักที่สอนให้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร ขอแค่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น ช่วยกันแก้ไขในจุดที่บกพร่อง สิ่งเหล่านี้แหละคือความสัมพันธ์ที่ "พอดี" และลงตัวที่สุดแล้ว ดนตรีละมุน กับกิมมิก MV ผ่านกล้องวงจรปิด เพลงนี้ยังคงได้รับการดูแลจากโปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง ‘แทน Lipta’ แต่เพิ่มความสดใหม่ด้วยการชวน ‘น็อต Spatchies’ มาร่วมเป็น Co-producer ช่วยกันจัดวางซาวด์ดนตรีสไตล์ Ballad-Synth-Pop ให้ออกมามีกรูฟที่ชวนเคลิ้ม ผสานเข้ากับเสียงคีย์บอร์ดนุ่ม ๆ ที่ช่วยสร้างมิติความโรแมนติกได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งไปกว่านั้น มิวสิกวิดีโอยังสร้างความน่าสนใจด้วยการเลือกเล่าเรื่องราวพัฒนาการความรักของคู่รัก ผ่านมุมมองของกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสุขในชีวิตประจำวันแบบเรียล ๆ แฟนเพลงสามารถเข้าไปรับชมมิวสิกวิดีโอ “รักที่พอดี (enough)” ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube Channel: fellowfellowband และทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #รักที่พอดี #fellowfellow #KicksRecords #TPOP ภาพ : KicksRecords
ส่งรูปท้องฟ้าแทนคำว่ารัก! ‘jaei’ เสิร์ฟซิงเกิลใหม่ “เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)” ดึง ‘guncharlie’ ร่วมแต่งเนื้อร้องสุดคิวท์
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สาว “จ๊ะอี๋ jaei - นวลจันทร์ ณ ถลาง” สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ได้ปล่อยซิงเกิล “ไม่รู้ไม่รู้ (Maybe I Like You)” เพลงป็อปฟังสบายที่มีกลิ่นอายวินเทจมาแล้วนั้น ล่าสุด ได้พร้อมปล่อยซิงเกิลใหม่เพลงรักอีกเช่นเคยชื่อ “เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)” ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้ ได้ศิลปินรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง guncharlie มาร่วมแต่งคำร้องและทำนองให้อีกด้วย ส่งรูปท้องฟ้าแทนคำว่า "รักและคิดถึง" “เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)” เนื้อหาเล่าถึงโมเมนต์ในความรัก ความสัมพันธ์ ผ่าน มุมมองที่สดใสและน่ารักในแบบ jaei อีกเช่นเคย โดยเพลงนี้จะเปรียบการถ่ายรูปท้องฟ้าส่งให้ดูเป็นประโยคบอก “รักและคิดถึง” ของคนขี้อายคนหนึ่ง และได้ guncharlie มาเขียนเนื้อร้องและทำนองเพลงนี้ให้ โดยเขียนจากสิ่งที่ jaei เคยเล่าให้ฟังว่า “เวลาชอบใครก็จะชอบถ่ายท้องฟ้าไปให้ดู” หรือ “พอเจออะไรน่ารักๆก็จะนึกถึงเขาเสมอ และอยากให้เขาได้ดูด้วยเหมือนกัน” ซึ่งจะเล่าถึงคนบางคนที่อาจจะเขินกับการพูดคำว่า ‘รัก’ ตรง ๆ เลยแสดงออกผ่านการส่งรูปน่ารัก ๆ หรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวันให้ดู หรือส่งท้องฟ้าที่กำลังมองอยู่มา เพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้จะไกลกันแต่เรายังคิดถึงเธอตลอด นอกจากนั้นในส่วนของดนตรี เพลงนี้ได้ “ปกป้อง Plastic Plastic” มาเรียบเรียงดนตรีให้ และ “แทน Lipta” ยังคงเป็นโปรดิวเซอร์อีกเช่นเคย
“WINNING feat. JayQ” กับการขอร้องครั้งสุดท้ายถึงคนรักเก่า ผ่านซิงเกิลใหม่ “ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)”
“WINNING” - วินนิ่ง เมธาวิน คุ้มโห้ ศิลปินเลือดใหม่จาก Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) หลังจากเปิดตัวกับค่ายด้วย “คิดจะไปก็ไป (It was never me)” พร้อมส่งซิงเกิลที่ 2 อย่างต่อเนื่องทันทีกับ “ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)” เพลงจบรักจากคนที่มูฟออน (Move On) ได้แล้ว พร้อมชวน “JayQ” มาอ้อนวอนครั้งสุดท้ายจากคนรักเก่า โดยเพลงนี้ยังคงเอกลักษณ์การเล่าเรื่องในแบบซิงเกิลแรกไว้ ผ่านมุมมองเจ็บรักอย่างเข้าใจ แม้ไม่ได้ใช้ชีวิตต่อด้วยกันก็ตาม จุดเริ่มต้นและการก้าวผ่านความเจ็บปวด “ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)” ซิงเกิลที่ 2 ของ WINNING จุดเริ่มต้นเกิดจากการอยากสื่อสารเรื่องราวบทถัดไปของซิงเกิลแรก “คิดจะไปก็ไป (it was never me)” จากเดิมที่พูดถึงการเจ็บปวดเรื้อรังจากการถูกทิ้ง เพลงนี้เลยเป็นสิ่งแทนใจของคนที่พยายามจะก้าวต่อไปมูฟออนจากรักที่ผ่านมา หลังจากผ่านความเจ็บปวด การเยียวยา การพยายามก้าวผ่านไป จนในที่สุดก็พอจะอยู่ได้แล้วกับการไม่มีใคร เลยอยากจะอ้อนวอนขอคนรักเก่าสักครั้งเป็นครั้งสุดท้ายคือการ “ดีใจกับฉันหน่อย” ที่ออกจาก (Exit) ความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้แล้ว เลยเป็นที่มาของชื่อเพลงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเนื้อร้องและทำนองแต่งโดย WINNING เอง และยังได้ March Vybes ร่วมเรียบเรียง
แอบสงสัยแต่ไม่กล้าถาม! ‘SONS.’ คัมแบคซิงเกิลร็อกชวนโยก “หรือเปล่า” เน้นโชว์ Performance สุดมันส์
หลังจากวง "SONS." สังกัด "tiny" ปล่อยผลงานที่สะท้อนตัวตนของวงผ่านซาวด์ร็อกที่จริงใจและร่วมสมัย อาทิ "ปลายฝน ต้นหนาว" "ไปรักไกลไกล" ล่าสุด กลับมาอีกครั้งกับซิงเกิลใหม่ “หรือเปล่า” ที่พาคนฟังย้อนกลับไปสู่ความรู้สึกเรียบง่ายของการแอบสงสัยในความสัมพันธ์ เมื่อคำถามสำคัญที่สุดในใจ อาจเป็นเพียงคำสั้น ๆ ว่า “เธอคิดเหมือนกันหรือเปล่า” แม้เนื้อหาของเพลงจะพูดถึงความรู้สึกของคนที่ยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ แต่หัวใจสำคัญของ “หรือเปล่า” กลับอยู่ที่การเรียบเรียงดนตรีที่เปิดพื้นที่ให้สมาชิกทุกคนอันได้แก่ โตโต้ (ร้องนำ) , เติ้ล (กลอง) , ภพ (กีต้าร์) , ไหม (เบส) และ วี (กีต้าร์) ได้ถ่ายทอดตัวตนผ่านเครื่องดนตรีของตัวเอง ทั้งไลน์กีตาร์ เบส และกลองที่เรียบเรียงร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวา สร้างบรรยากาศแบบร็อกอารมณ์ดีที่ชวนโยกตามได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง ขณะเดียวกันก็ยังซ่อนรายละเอียดเล็ก ๆ ไว้ให้ค้นพบในทุกครั้งที่กลับมาฟังซ้ำ “หรือเปล่า” จึงเป็นเพลงที่สะท้อนตัวตนของ "SONS." ได้อย่างชัดเจน ในฐานะวงดนตรีที่เติบโตมาจากห้องซ้อม การเล่นสด และความหลงใหลในรายละเอียดของการทำเพลง โดยยังคงให้ความสำคัญกับเมโลดี้ที่เข้าถึงง่ายและความสนุกของการฟังเป็นอันดับแรก ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ วงเลือกนำเสนอเสน่ห์ของการเป็นวงดนตรีผ่านภาพ Performance และกิจกรรมของสมาชิก แทนการเล่าเรื่องราวแบบมิวสิกวิดีโอทั่วไป โดยเน้นความเป็นธรรมชาติ เคมีระหว่างสมาชิก และพลังของการเล่นดนตรีร่วมกัน ผ่านงานภาพที่สวยงามและจังหวะการตัดต่อที่สอดรับกับดนตรี เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสตัวตนของ SONS. ในมุมที่สนุก เข้าถึงง่าย และเต็มไปด้วยพลังงานแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นบนเวทีแสดงสด “หรือเปล่า” คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SONS. ในการยืนยันตัวตนของวงที่เชื่อว่า รายละเอียดทางดนตรีและความเข้าถึงง่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้ เพลงนี้จึงเต็มไปด้วยความตั้งใจในการเรียบเรียงและการเล่นเป็นวง แต่ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่ฟังสนุก ร้องตามได้ และเปิดโอกาสให้ผู้ฟังค้นพบอะไรใหม่ ๆ ในทุกครั้งที่กลับมาฟัง สามารถฟังเพลง "หรือเปล่า" ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิง รวมถึงมิวสิควิดีโอได้ทางยูทูบ tinybkk #หรือเปล่า #SONS #tinyBKK
‘PURPEECH’ ส่งซิงเกิลบีบหัวใจ “ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึง (starlost.)”
ตอกย้ำภาพจำของวงดนตรีคุณภาพที่พร้อมดึงคนฟังให้จมดิ่งไปกับความเศร้า! หลังจากสร้างปรากฏการณ์ฮิตทะลุ 100 ล้านวิว และคว้ารางวัลการันตีความนิยมระดับประเทศมาครอง ล่าสุด ‘PURPEECH’ จากสังกัด MILK! BKK ในเครือ What The Duck ได้กลับมาตอกย้ำความแมสอีกครั้ง พร้อมส่งต่อมวลความรู้สึกของการโหยหาใครสักคนที่หล่นหายไปตามกาลเวลา ผ่านซิงเกิลใหม่สุดบีบหัวใจ “ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึง (starlost.)” ตามหาคนสำคัญ ท่ามกลางหมู่ดาว จุดเริ่มต้นของ “ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึง (starlost.)” ถูกพัฒนามาจากความเชื่อที่ว่า เมื่อใครสักคนหมดลมหายใจและจากโลกนี้ไป เขาเหล่านั้นจะเดินทางไปสถิตอยู่บนดวงดาวดวงใดดวงหนึ่ง ทางวงจึงหยิบเอาความสงสัยและความคิดถึงนี้มาตีความใหม่ ผ่านมุมมองของคนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งต้องทนเผชิญหน้ากับการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ หรือการจากลาชั่วนิรันดร์ โดยเนื้อหาของเพลงทำหน้าที่เป็นดั่งกล่องจดหมายที่ส่งคำถามไปยังดวงดาวเหล่านั้นว่า 'ตอนนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง' และ 'หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีกครั้ง' ดนตรีสุดล่องลอย และ MV ที่จะเรียกน้ำตาผู้ฟัง เพื่อเสริมให้มวลอารมณ์ของเพลงสามารถแทรกซึมเข้าสู่ขั้วหัวใจของผู้ฟังได้อย่างสมบูรณ์แบบ PURPEECH จึงได้ดีไซน์พาร์ทของดนตรีให้มีความหน่วง เนิบช้า และมอบความรู้สึกที่ล่องลอย คล้ายกับว่าเรากำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางอวกาศเพื่อตามหาใครบางคน นอกจากนี้ ความพิเศษที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญคือ มิวสิกวิดีโอที่เลือกหยิบเอาความสัมพันธ์ระหว่าง ‘คุณพ่อและลูกสาว’ มาดำเนินเรื่อง ซึ่งถ่ายทอดร่องรอยของการสูญเสียออกมาได้อย่างงดงามและบีบคั้นอารมณ์ขั้นสุด แฟนเพลงสามารถเข้าไปปลดปล่อยน้ำตาและรับชมมิวสิกวิดีโอ “ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึง (starlost.)” ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube และทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึง #starlost #PURPEECH #MILKBKK #WhatTheDuck #TPOP
‘loserpop’ ส่งซิงเกิลเยียวยาคนช้ำ “ทุกนาที (As Light Goes By)” ดึง ‘ปู๋ HENS’ ร่วมแต่งเนื้อร้อง
วงจรของความสัมพันธ์ล้วนมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเสมอ สำหรับใครที่กำลังมองหาบทเพลงเพื่อเยียวยาจิตใจและเป็นเพื่อนคู่คิดในวันที่ต้องก้าวเดินต่อไป ล่าสุดศิลปินอินดี้ป็อปขวัญใจคนเศร้าอย่าง วง ‘loserpop’ จากสังกัดค่าย What The Duck ได้คัมแบคกลับมาทวงพื้นที่เพลย์ลิสต์คนช้ำอีกครั้ง พร้อมเสิร์ฟมุมมองความรักที่เติบโตและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิมผ่านซิงเกิลใหม่ “ทุกนาที (As Light Goes By)” ยอมรับความจริง เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า หลังจากพาแฟน ๆ ไปปรับโหมดสนุกกับจังหวะชวนโยกในเพลงก่อนหน้าอย่าง “ไม่มีมาตรฐาน (Norm)” การกลับมาครั้งนี้ loserpop ขอพาทุกคนกลับเข้าสู่โหมดอกหักตามฉบับชาวลูซเซอร์อีกครั้ง แต่ทว่ามันคือความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับความเข้าใจ โดยซิงเกิล “ทุกนาที (As Light Goes By)” เลือกที่จะสื่อสารข้อความของการเรียนรู้และยอมรับวัฏจักรของความสัมพันธ์ หากเราตระหนักได้ว่าทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่รักกัน ทะเลาะกัน หรือเลิกรากัน ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและ "สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ" เราก็จะสามารถเก็บเขาไว้ในความทรงจำ ส่งคำอวยพรให้กัน และก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็ง ยกระดับซาวด์ดนตรี พร้อมการร่วมงานกับ ‘ปู๋ HENS’ นอกจากมวลอารมณ์ของเนื้อเพลงจะลึกซึ้งกินใจแล้ว พาร์ทของการผลิตก็ท็อปฟอร์มไม่แพ้กัน เพราะงานนี้ทางวงได้แท็กทีมชวน ‘ปู๋ - ปิยวัฒน์ มีเครือ’ จากวง HENS มาร่วมสะบัดปลายปากการังสรรค์เนื้อร้องให้มีความสละสลวยมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ซาวด์ดนตรียังถูกยกระดับให้มีความหนักแน่นและมีมิติมากกว่าที่เคย ด้วยการผสมผสานกลิ่นอาย Alternative Indie Pop เข้ากับสไตล์ดนตรี Brit Rock ยุค 2000’s ได้อย่างกลมกล่อม แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะคงไว้ซึ่งลายเซ็นเมโลดี้สุดละมุนอันเป็นเอกลักษณ์ของวง แฟนเพลงสามารถเข้าไปรับฟังและสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้ในมิวสิกวิดีโอ “ทุกนาที (As Light Goes By)” ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube และทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง #ALLPOP_THAILAND #loserpop #ทุกนาที #AsLightGoesBy #Whattheduckmusic #TPOP
ติดอยู่ในความฝันเดิม ๆ! ‘JOYÉ’ คัมแบคซิงเกิลอินดี้สุดเศร้า “คืนสุดท้าย (Dry Tears)” หวังให้เป็นคืนที่ลืมเธอ
วงการเพลงอินดี้เตรียมเปิดโหมดจมดิ่งไปกับห้วงความรู้สึกสุดหน่วง เมื่อ 3 ศิลปินเพื่อนซี้วง ‘JOYÉ (โจเย่)’ ประกอบด้วย ท็อป-ธนพัฒน์ (ร้องนำ), โบ๊ท-ปราณน์ (กีตาร์) และ ยี่-ชยปัญญ์ (เบส) จากสังกัดค่ายเพลง What The Duck เจ้าของผลงานซาวด์อนาล็อกเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้คัมแบคผลงานใหม่ล่าสุด พร้อมส่งซิงเกิล “คืนสุดท้าย (Dry Tears)” มาเป็นตัวแทนของคนที่ยังวนลูปอยู่กับความรักในอดีต วงจรความฝัน ที่ตื่นมาก็ยังคงเจ็บปวด สำหรับ “คืนสุดท้าย (Dry Tears)” เป็นบทเพลงที่เจาะลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนที่ยังมูฟออนไม่ได้ แม้ในตอนตื่นจะพยายามออกคำสั่งกับสมองให้ลบลืมเรื่องราวความสัมพันธ์ครั้งเก่าไปมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเมื่อหลับตาลง ความทรงจำเหล่านั้นก็ยังคงวนเวียนกลับมาทักทายราวกับเป็นกับดักที่หนีไม่พ้น เนื้อหาของเพลงจึงเปรียบเสมือนเสียงอ้อนวอนลึก ๆ ในใจ ที่อยากขอให้ค่ำคืนนี้เป็น ‘คืนสุดท้าย’ ที่จะได้ฝันถึงภาพของเธอ เพื่อให้หัวใจได้หลุดพ้นจากสภาวะความอึดอัดนี้เสียที ตกตะกอนนานกว่า 6 เดือน สู่ซาวด์ดนตรีสุดอึดอัด ในพาร์ทของเบื้องหลังการทำงาน ซิงเกิลนี้มีความพิเศษตรงที่ทางวงตั้งต้นไอเดียจากการทำดนตรีก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อดีไซน์มวลอารมณ์ความเศร้าแบบฝังลึก จากนั้นจึงค่อย ๆ นำเนื้อหาเข้ามาประกอบร่าง ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบ วง JOYÉ ต้องใช้เวลาในการตกตะกอนและขัดเกลาทุกองค์ประกอบนานถึง 6 เดือน เพื่อให้ผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอึดอัดและจมดิ่งไปพร้อมกับบทเพลงได้อย่างถึงแก่น แฟนเพลงสามารถเข้าไปรับฟัง “คืนสุดท้าย (Dry Tears)” ได้แล้ววันนี้ผ่านทางแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิงทุกช่องทาง #ALLPOP_THAILAND #คืนสุดท้ายDryTears #JOYE #WhatTheDuck #TPOP